
การสอบ O-Net | วิชาที่สอบของ O-Net (ม.6) | การสอบ A-Net |
วิชาที่สอบของ A-Net คำแนะนำในการเลือกคณะ

คำแนะนำในการเลือกคณะ
พี่ๆ การศึกษามีคำแนะนำให้น้องๆ ในการเลือกคณะ เพื่อเป็นแนวทางให้น้องได้เรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาอย่างที่ใจหวังไว้
ก่อนอื่น น้องๆจะต้องรู้เป้าหมายและจุดยืนของตนเองว่าต้องการจะเรียนต่อด้านใด หากยังไม่รู้จริงๆ ให้ลองสำรวจความชอบ ความสนใจ และบุคลิกลักษณะนิสัยของตนเอง เช่น หากน้องชอบวิชาคำนวน ก็น่าจะเรียนด้านบัญชี หรือวิศวะ หรือชอบการบริหารจัดการด้วย ก็น่าจะเรียนการตลาด หรือเศรษฐศาสตร์ได้ หรือหากชอบวิชาด้านภาษา ก็ไปเรียนต่ออักษรในภาษาที่ชอบก็ได้ ไม่จำเป็นว่าต้องได้คะแนนวิชานั้นดีๆ ขอแค่มีความชอบเป็นแรงผลักดันก็เพียงพอแล้ว เพราะถ้าหากไม่ชอบวิชาใดแล้ว ยังไปเลือกเรียนในคณะที่ต้องเรียนวิชานั้นอีก ก็คงจะต้องทนทุกข์กับการเรียนในสถาบันอุดมศึกษาต่อไปอีกจนจบแน่นอน
น้องๆ ลองดูตัวเองว่าชอบหรือสนใจอะไรเป็นพิเศษ เช่น หากชอบวาดรูปและศิลปะต่างๆ ก็น่าจะเรียนจิตรกรรม หรือวิจิตรศิลป์ หรือชอบดูหนัง ดูละคร ดูรายการทีวี สนใจดาราและแวดวงบันเทิง ก็อาจไปเรียนนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ หรือการทำภาพยนตร์ ถ้าหากชอบเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ ใครๆก็ว่าเราเป็นเซียนคอม ก็น่าจะเรียนต่อด้านวิศวะหรือวิทยาศาสตร์สาขาคอมพิวเตอร์ เพราะเมื่อจบมาแล้ว เราจะได้ทำงานในสิ่งที่เราชอบ การได้งานในด้านที่ตัวเองก็มีความชอบหรือสนใจเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว จะทำให้น้องๆ มีความสุขกับงานที่ทำ อย่าคิดเลือกคณะเพราะเงิน เลือกตามพ่อแม่ หรือเพื่อน เพราะอาชีพการงานอาจจะเป็นตัวกำหนดภาระหน้าที่ในชีวิตที่เหลือไปจนตายเลยทีเดียว ถ้าเช่นนั้นแล้ว ก็เลือกสิ่งที่น้องทำแล้วจะมีความสุข ไม่คิดว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำไม่ดีกว่าหรือ
ถ้าน้องพบสิ่งที่ตัวเองสนใจจะเรียนแล้ว ขอให้น้องรีบศึกษาข้อมูลว่าคณะเหล่านี้ มีเปิดที่ไหนบ้าง และมีการเรียนการสอนอย่างไร (บางแห่งชื่อคณะไม่เหมือนกัน แต่เนื้อหาวิชาการเรียนการสอนก็จะคล้ายๆ กัน) น้องๆ ก็ต้องรีบไปหาข้อมูลของคณะในมหาลัยนั้นๆ จากสื่อต่างๆ การไปปรึกษารุ่นพี่ที่เรียนอยู่หรือจบไปแล้ว หรือปรึกษากับอาจารย์แนะแนวก็ได้ เพื่อยืนยันกับตัวเองว่า อยากจะไปเรียนในที่นั่นจริงๆ และเพื่อหาข้อมูลด้วยว่าต้องใช้วิชาอะไรในการสอบบ้าง จะได้ไม่พลาดอย่างโง่ๆ ด้วยเหตุไม่ได้สอบวิชาเฉพาะที่เขาระบุไว้
สุดท้ายคือ อย่าเลือกคณะให้เผื่อติด เราสามารถเลือกคณะและสถาบันได้ 4 ลำดับ ก็ขอให้เลือกในด้านที่ตัวเองสนใจมากที่สุดลดหลั่นกันไป ทั้ง 4 ลำดับเลย ถ้าอยากเรียนวิศวะ ก็เลือกวิศวะทั้ง 4 ลำดับ หรือคณะอื่นที่ชอบรองมา อย่าเลือกคณะที่ตัวเองไม่ชอบเลยแต่มีคะแนนต่ำเอาไว้ลำดับสุดท้ายเผื่อติด เพราะถึงน้องจะสอบติดเข้าไปได้ก็จริง แต่ถ้าเรียนไปแล้วไม่ชอบ สุดท้ายก็ต้องซิ่วออกมา ก็จะเสียเวลาและเสียเงินไปเปล่าๆ ให้ที่นั่งกับคนที่ต้องการเรียนคณะนั้นจริงๆ ไปดีกว่า พี่เชื่อว่าถ้าน้องเลือกมหาลัยเอกชน หรือราชภัฐ ไว้ลำดับท้ายๆ ก็น่าจะมีสิทธิ์ติดได้เหมือนกัน น้องไม่ควรยึดติดกับสถาบันมากเกินไปนัก สถาบันอาจมีผลนิดหน่อย ในการเรียนของน้องและสมัครงาน แต่ความจริงแล้ว มหาลัยเอกชนนั้นก็มีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่ามหาลัยของรัฐเลย เพราะอย่างที่รู้ว่าค่าเทอมของมหาลัยเอกชนนั้นแพงมาก แต่ก็แลกกับการที่น้องจะได้เรียนกับอาจารย์ที่เป็นมืออาชีพในสายงานนั้นๆ และเก่งจริงๆ อุปกรณ์การเรียนก็มีครบครันและทันสมัย นับว่าคุ้มค่ามาก หรือถ้าฐานะของน้องไม่ดีนัก สถาบันราชภัฐต่างๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะค่าเทอมไม่แพงนัก แต่สังคมในนี้จะมีแต่ความรัก อบอุ่น และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเด็กต่างจังหวัดและมีฐานะพอๆ กันมาเรียนทั้งนั้น
หลักสำคัญที่สุดคือ น้องๆ จะต้องเชื่อมั่นในตัวเอง มีจุดยืนและเป้าหมายที่แน่วแน่ ไม่เลือกคณะตามคำบอกเล่าว่า เรียนที่นั่นสิดี เรียนที่นี่สิดี พี่เชื่อว่าทุกสถาบันมีระดับทัดเทียมกันทั้งนั้น ความสำเร็จที่แท้จริงขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนเป็นส่วนใหญ่มากกว่า ว่าน้องจะมีความขยันรับผิดชอบต่อการเรียนขนาดไหน แบ่งเวลาอุทิศตัวเองให้กับสถาบันและกิจกรรมพอเหมาะ แล้วน้องๆก็จะมีความสุขกับการใช้ชีวิตในรั้วมหาลัย สำเร็จการศึกษา เป็นที่ภาคภูมิใจของครอบครัว และได้ประกอบอาชีพในสายงานที่ตัวเองชอบ และมีความสุขกับการทำงานตลอดไป
|